2560/03/16

[-描写-]บันทึกสิ่งที่ได้จากการฝึกบรรยายภาพเป็นภาษาญี่ปุ่น



สวัสดีค่ะ วันนี้กลับมาพบกันอีกแล้ว

ก่อนอื่นต้องถามก่อนว่า ไป Chula Expo กันรึยัง และไปห้องญี่ปุ่นมารึยังง

นิทรรศการทั้งส่วนหน้าและส่วนในทุกคนตั้งใจทำกันมากๆเลยนะ <3


อยากให้ได้ไปดู (และซื้อของหน้างาน) กันเยอะๆ 5555 



โฆษณาอย่างเปิดเผย 55555

อย่าลืมซื้อยากิโซบะและมัตฉะแสนอร่อยที่ใต้โถงมหาจักร

อร่อยจริงๆ ไม่ได้โม้นะะ นี่กินไปตั้ง 2 ถ้วย 55555 ก่อนถึงวันจริงมีการนัดไปซ้อมผัดกันด้วย

ทางเราอบรมเชฟอย่างจริงจังค่ะ 555




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++



เอาล่ะ... เข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ



กิจกรรมที่ทำในคาบครั้งนี้ คือให้จับคู่กับเพื่อน คนหนึ่งจะได้ดูการ์ตูน 4 ช่อง และบรรยายให้คนที่ไม่ได้ดูเข้าใจ
การ์ตูนที่ว่าคืออันนี้ค่ะ มี 2 อัน



รอบที่เราเป็นคนอธิบาย ได้รูปแรกค่ะ

ก็อธิบายมาได้แบบนี้ 555 (ถอดเสียงคลิป)


ある男の人があるホテルのロビーのソファに座っています。

彼のとなりに座っているのは、新聞を読んでいる人。

で、彼は暇だから......(เงียบนานมาก คือกำลังจะพูดว่า "เงยหน้าขึ้น" แต่คิดคำไม่ออก 55555)

前の方に見ました。

そこで、向こう側で地図を持っている観光客が、、、(พูดผิด) 観光客と目線が合いました。

で、その観光客がたぶん、道があまりわからないので、地図をもって彼の方に歩いてきた。

道を聞こうとしました。


 でも、その男の人は、たぶん知らない人と話したくないから、となりの新聞を読んでいる人にもっと近づいて、その新聞の後ろに自分を隠しました。


จะสังเกตได้ว่า มีบางจุดที่คิดคำไม่ออก และบางทีก็พูด ますบ้าง 普通体 บ้าง

คิดว่า สาเหตุเป็นดังนี้ค่ะ

1. ที่คิดคำไม่ออก เพราะปกติเวลาคุยภาษาญี่ปุ่น ส่วนมากจะพูดความรู้สึกตัวเองที่มีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องที่ทั้งตัวเองและคู่สนทนารู้ดี ไม่ต้องอธิบาย เช่น เรื่องเรียน / ข่าวสาร

หรือไม่ ก็ตอบรับในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมา

โอกาสที่จะได้อธิบาย "ลักษณะ" "ท่าทาง" "การเคลื่อนไหว" ของอะไรบางอย่าง หรือใครบางคนนั้น น้อยมากๆ

(เราเป็นคนไม่ค่อยพูดด้วยแหละ...)



2. ที่พูด 丁寧体 普通体 สลับไปมา เพราะ.... ไม่รู้ว่าควรใช้อะไรดี

เป็นเหตุผลง่ายๆเลย 55555 แต่มักจะเกิดขึ้นเสมอๆ 
เพราะอีกฝ่ายเป็นเพื่อน แต่เรื่องที่คุยไม่ใช่บทสนทนานั่นเอง

กล่าวคือ ไม่รู้จะให้ความสำคัญกับ 相手 หรือเนื้อเรื่องดี

ถ้าเล่าให้เหมือนนิทาน ใช้ ます จะฟังดูเป็นนิทาน เรื่องเล่ากว่าหรือเปล่า? อันนี้เราคิดเองนะ

เคยฟังนิทานภาษาญี่ปุ่นมาบ้างนิดหน่อย เค้าก็ใช้ ます เล่า....



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


หลังจากนั้น อาจารย์ก็แจกวิธีบรรยายการ์ตูนข้างบน เวอร์ชั่นคนญี่ปุ่นพูดเอง ทำให้เรารู้ปัญหาของตัวเองมากขึ้น ไม่ใช่แค่การคิดคำไม่ออก แต่เราทำได้แค่ ทำให้คนฟัง "รู้" ว่าเกิดอะไรขึ้น (説明) แต่ไม่ได้ "เห็นภาพ" (描写)


เช่น เราพูดแค่ ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ / ข้างๆ มีคนอ่านหนังสือพิมพ์ / ลุงนักท่องเที่ยวเข้ามาใกล้ ในขณะที่คนญี่ปุ่นจะเพิ่มคำต่างๆ ลงไป ให้เรื่องราวมีชีวิตชีวา มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น

อย่างเช่น

1. ใส่คำพูด หรือความรู้สึกของตัวละคร

「あっやばい!」と思った瞬間、その人が近づいてきました。
「しまった!」という表情の男B

2. การใช้ てしまう/てきる/ていく ทำให้เรื่องราวชัดเจนขึ้น

外国人は、子供に近づいてきた

3. คำบรรยายอื่นๆ ที่มีแล้วรู้สึกว่าเห็นภาพชัดเจนขึ้น / บรรยายสถานการณ์ของตัวละครได้ชัดเจน

二コマ目では、その外国人と一コマ目で暇そうにしていたビジネスマンらしい日本人と目が合った

外国語がさっぱりわからない彼は慌てふためき

愛想笑いをしながら男B に近づく

男Bは動揺のあまり、突拍子もない行動に

突然そのおじさんはにっこり笑い、何か頼みごとをしたそうな表情でぺエスケに歩み寄って来た。




นอกจากนี้ ยังมีหลายคำที่เราสนใจเลยจดไว้ และคิดว่าจะใช้ประโยชน์ต่อไปได้  จะยกตัวอย่างมาข้างล่างนี้ค่ะ



1. "แอบหลังหนังสือพิมพ์" เวอร์ชั่นต่างๆ

隣のおじさんの新聞にかくれてしまいました

新聞の陰に隠れた

新聞の後に隠れてしまった

広げている新聞紙の中に隠れてしまいました

男Aの広げた新聞紙と胸の間に入り込んで顔を隠した

2. "สบตา"

目線が合う

目が合う

3. อื่นๆ ที่น่าสนใจ

อธิบายลุงนักท่องเที่ยวที่ยืนอ่านแผนที่ 

--> その人は、カメラを首からぶらさげ、地図を片手に、どうやら道を探していたようです

地図を詠めなかったのでちょうど目が合った男性なら好意的に教えてくれるだろうと判断し、近寄った

地図を持って立ちつくしている男性

柱を背にして地図を広げている

คำอื่นๆ ทั้งที่เคยได้ยิน และไม่เคยได้ยิน แต่ที่แน่ๆ เรายังใช้ไม่เป็น 5555
เลยได้โอกาสหาข้อมูลเพิ่มและจะจำไว้ค่ะ

たまたま外国人と目が合ってしまった

たまたま : 1. บางที  「春とはいえ―寒い日がある」
2. บังเอิญ 「―駅で旧友にあった」

คำนี้ได้ยินบ่อยมาก แต่ก็ละเลยมาตลอดเพราะส่วนใหญ่เข้าใจความหมายโดยรวมของประโยค
และรู้ความหมายของคำนี้ได้... แบบลางๆ 5555

ถ้าต่อไปใช้เป็น ก็คงมีภาษาญี่ปุ่นที่ธรรมชาติมากขึ้น TvT

ペエスケも例にもれずそんな日本人である

例に漏れず : เหมือนๆ กับสิ่งอื่น ไม่มีอะไรผิดคาด

とっさにぺエスケはある行動に出た

とっさに : อย่างรวดเร็ว/ทันที



สำหรับรูปที่สอง ก็ได้อ่านเวอร์ชั่นคนญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ... มีหลายคำที่ไม่เคยรู้มาก่อน จะจดไว้ตรงนี้นะคะ


1. คลาน (แบบเด็กน้อย) はいはいをする

2. ขี่หลัง 犬の上に乗る
犬の背に乗る
犬の背中に乗る
犬に乗る
犬にまたがる

3.อ้อมไปข้างหลัง

犬の後方へまわる
犬の尾っぽの方に回る
犬の背後に回り込む

4. เปลี่ยนทิศที่หันหน้า

犬が先ほどとは反対の方向を向いていた
さっきとは逆の方向をむいて横になった
犬は向きを変えてしまいます

จะว่าไป ทำไม 向く ถึงใช้ を กันนะ?

ว่าแล้วก็นึกถึงเพลงนี้ ... เมื่อก่อนชอบมาก และก็สงสัยมาตั้งนานว่าทำไมใช้ を แต่ไม่เคยหาคำตอบ 5555



งั้นวันนี้จะหาคำตอบแล้วค่ะ...

.
.
.



โอ้ มีคนสงสัยเหมือนเราด้วย 55555

คนตอบบอกว่า ที่ถูกคือ

南を向く(自動詞)กับ 南に向ける(他動詞)

南に向く ใช้ไม่ได้ค่ะ....

.....


แต่นี่ไม่ได้ตอบความสงสัยของเรา =O= คือ สงสัยว่า หันไปทางไหน มันคือบอกทิศทางแล้วทำไมไม่ใช่ に ล่ะะะ....

...

หาต่อ


เจอหนังสือเล่มนี้... (ทำไมชั้นต้องทำขนาดนี้ด้วยนะ T_T เริ่มปวดตา)


「てにをは」からやりなおす日本語レッスン



อ่านออนไลน์ได้ที่  https://books.google.co.th/books?id=IhMVAgAAQBAJ&printsec=frontcover&hl=th#v=onepage&q&f=false



หัวข้อนี้อยู่ที่หน้า 22 ค่ะ ผู้เขียนยกตัวอย่างประโยค 2 ประโยค ดังนี้

下を向いて話してはいけない✔

生活者を向いた政策がほしい✖ --> 生活者に向けた政策がほしい✔


ผู้เขียนอธิบายว่า (แปลตามสกิลคนปวดตา อาจจะไม่ถูก 100 เปอร์เซ็นต์นะ ฮือ)

1. 下を向く  向くไม่ใช่ 他動詞 แม้จะใช้ をก็ตาม เพราะ下นั้นไม่ใช่กรรมของประโยค ดังนั้น ถึงได้มีประโยคว่า 若者に向いた仕事 ใช้ に ได้เหมือนกัน ไม่ได้をเสมอไป

2.  แต่に向く กับ を向く นั้นไม่เหมือนกัน!!
下を向く จะอธิบายการเปลี่ยนแปลง จากสภาพที่เงยหน้า กลายเป็นก้มหน้า เหตุผลเดียวกัน ถ้าใช้ 生活者を向いた政策ล่ะก็ จะหมายความว่า แต่ก่อนไม่ได้สนใจ 生活者 แต่ตอนนี้สนใจแล้ว .. ซึ่งมันผิดความหมายไป ส่วน ถ้าใช้ 生活者に向いた ก็เหมือนจะได้ แต่มันจะแปลว่า 生活者にふさわしいไป... ดังนั้นเลยต้องเปลี่ยนเป็น 生活者に向けた

(จะว่าไป ...รู้สึกว่า に向く に向ける จะอยู่ในไวยากรณ์ N1 หรือ 2 เนี่ยแหละ... )



...


อ่อ คือว่าถ้าใช้ に向く มันจะแปลว่า เหมาะสมกับ ....  ดังนั้น ถ้าจะบอกว่าหันไปทางไหนต้องใช้ を

คงจะเป็นอย่างนั้นสินะ....

....

วันนี้พูดนอกเรื่องมาไกลมาก 555 แงแง 




ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ

วันนี้ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันใหม่ครั้งหน้าค่า ^__^ 




2560/03/05

การเขียนบทความแนะนำมหา'ลัยเป็นภาษาญี่ปุ่น


สวัสดีค่า กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ

โจทย์ของคาบเรียนครั้งนี้ คือการเขียนแนะนำสถาบัน ในรูปแบบที่สามารถเอาไปลงเว็บไซต์สถาบัน 
ให้คนต่างชาติ (ซึ่งก็คือชาวญี่ปุ่น) เข้ามาอ่านได้ค่ะ

....

หืมมมมมม

.....

OTL ยาก 555555


แต่ก่อนจะเริ่มสาธยายว่ายากยังไง เรามาดูตัวบทภาษาไทย และญี่ปุ่นก่อนเลยดีกว่าค่ะ




ของเรา เลือกแนะนำ "หอสมุดกลาง" ค่ะ



อันนี้คือ ร่างภาษาไทย



สำนักวิทยทรัพยากร หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า หอสมุดกลาง ถือกำเนิดขึ้นพร้อมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันก็มีอายุถึงร้อยปีแล้ว แต่ก็ยังพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการวิจัยและการเรียนการสอน นอกจากจะมีหนังสือและวารสารครอบคลุมหลายสาขาวิชา ยังมีฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ที่ง่ายต่อการเข้าถึง ด้วยระบบค้นหาทางอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ ยังมีบริการอำนวยความสะดวกให้แก่นิสิตและบุคลากร ทั้งบริการยืม-คืนโดยไม่ผ่านเคาท์เตอร์ บริการถ่ายเอกสารซึ่งมีอยู่เกือบทุกชั้น และ Learning Spaceเป็นสัดส่วน นั่งสบาย พร้อม Coffee Corner แม้ไม่ใช่บุคลากรจุฬา ก็สามารถเข้าใช้บริการได้


ประเด็นที่อยากสื่อสารคือ หอสมุดกลางนี้ "สะดวกอย่างไร" ค่ะ

ก็จะเขียนว่ามีบริการอะไรบ้างมาคร่าวๆ


ส่วนอันนี้คือภาษาญี่ปุ่นค่ะ (หลังจากให้อาจารย์แก้มาแล้ว 2 ครั้ง...)




チュラーロンコーン大学の総合図書館は、大学と同時に建設されました。現在は、100周年を迎えました。既に100歳を超えましたが、専門的人材を育てることを支援するために、
勢いよく発展しつつあります。

 総合図書館は、様々な分野の書籍や雑誌を提供する他、利用しやすい論文のデータベースや、いつでもどこでもアクセスできる本のオンライン検索エンジンがあります。その他、総合図書館は使用者の便宜を考え、次のサービスも提供しています。コピーサービスが1~2階、4~6階にあり、ラーニングスペースやカフェも運営しています。貸し借りサービスに関しては、受付を通さずに借りられるセルフ・チェックというサービスがあります。そして、返すときは、図書館まで行かなくても、大学内で設置されたボックスに入れることができます。いつも利用者の便利さを考えるチュラーロンコーン大学の総合図書館は、大学の職員ではない方でも利用可能です。




อันนี้ไม่ได้แปลมาเป๊ะๆ นะคะ เนื่องจากข้อจำกัดทางภาษา และความเหมาะสม ฮืออ

สำหรับของเรา เมื่อเทียบกับครั้งแรกแล้วไม่ได้แก้อะไรเท่าไหร่ค่ะ

มีแกรมม่า 提供しています

ตอนแรกเราเขียนเป็น 提供します ค่ะ

เพราะ.....

นี่จะสารภาพว่ามันเป็นเซนส์เด๋อๆ ของเราเอง 5555

คือเราคิดว่า

ณ ขณะที่เราโฆษณา และผู้รับสารกำลังอ่าน เค้ายังไม่ได้ใช้บริการเราซักหน่อย....
ถ้าเค้ามาเมื่อไหร่ เราถึงจะให้บริการเค้า

ดังนั้น... มันน่าจะเป็น します

....

(กริบ)

....

ถ้าใช้しています ก็คือเราให้บริการทุกคน ทุกวัน ตลอดๆ คุณมาเมื่อไหร่ก็ได้รับบริการทันที

แบบนี้รึเปล่านะ?




นอกจากนี้ อาจารย์ก็แนะนำมาว่า ถ้าจะเขียนให้อ่านง่าย
ก็น่าจะทำเป็น หัวข้อๆ เช่น

開館時間

月~金

全階:8.00-19.00
1~5階:19.00-21.00

土

全階:9.00-16.00
1~6階:16.00-18.00

日

1~5階:9.00-18.00


提供サービス

データベース:CU Reference Databases, EDS, CUIR

その他:コピーサービス(1~2、4~6階)、
ラーニングスペース
カフェ


借り貸しに関するサービス

セルフチェックについては→こちら

ในหัวข้อดาต้าเบส คิดว่าถ้าทำเป็นลิงค์แบบ คลิกปุ๊บไปที่หน้าเว็บนั้นได้เลยก็คงจะดีค่ะ
สำหรับบริการ Self Check ก็เช่นกัน


+++++++++++++++++++++++++++++++++


....

ต่อไปเป็น 感想

ยากง่ะ 5555

คิดว่ายากที่สุดตรงที่ต้องเขียนเป็นเชิงโฆษณานิดๆ

รู้สึกว่า ต้องใช้ภาษาหรูนิดนึง แบบ ให้อ่านแล้วเกิดอิมแพค (?) ซึ่งไม่สามารถ 555

ดีนะ ที่เราเลือกโฆษณาห้องสมุด ยังง่าย แต่โฆษณามหาลัย คณะนี่ท่าจะยากทีเดียว

เพราะห้องสมุดมันมีลักษณะเป็น Service คำศัพท์ที่ใช้ยังเคยเห็นมาบ้างในเว็บผู้ให้บริการต่างๆ

(แต่ก็ยังคิดไม่ค่อยออกอยู่ดี จริงๆ ศัพท์ทางบริการก็ยากจะตาย เคยใช้บริการบริษัทญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ 

ตอนนั้นเครือข่ายมือถือมั้ง แล้วเมลที่นางส่งมาก็แบบ โอ๊ย 5555 ชั้นต้องแคปส่งไปให้เพื่อนผู้มากประสบการณ์

แล้วถามว่า แกๆ นี่เค้าต้องการให้ชั้นทำอะไรอ่ะ T^T )

ป.ล. แต่หลังจากมีปัญหากับบริษัทนี้มาเป็นเวลาครึ่งปีกว่า เมลท้ายๆ ดิฉันเริ่มอ่านออกด้วยตัวเองแล้วค่ะ 555555


แต่พอเป็นแนะนำมหาลัย หรือคณะที่ต้องใส่ประวัติ หรือความโดดเด่นเชิญชวนให้คนมาเรียน

อันนี้ไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อนเลย

(ถึงเคยเข้าเว็บมหาลัยไหนก็จะคลิกมุมขวาบน ENGLISH ค่ะ 55555 ฮือฮือมันยากกก)

โปรดยกโทษให้หนูด้วย ;;____;;



เพิ่งได้มาอ่านจริงๆจังๆ ก็ในคาบนี่แหละค่ะ จดประโยคที่คิดว่าใช้ได้ (และอยากเก็บไว้ใช้) มาด้วยเยอะแยะเลย

ถ้ามีเวลาจะมาอัพต่อคราวหน้าค่ะ


วันนี้ขอลาไปก่อน

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนค่า ^__^ 








2560/02/20

[Lyrics+Trans]Chiisana Koi no Uta--kobasolo ver.

ตอนแรกจะเขียนแนะนำซีรี่ย์ญี่ปุ่นที่ดูอยู่ตอนนี้ค่ะ

ชื่อ Jimi ni Sugoi! คิดว่าทุกคนคงรู้จักค่ะ 5555 

แต่อยู่ๆก็อยากแปลเพลงขึ้นมา(อะไรของมัน)

เลยแปลเพลงก่อนละกันค่ะ 5555


คิดว่าทุกคนคงรู้จักเพลง 小さな恋のうたอยู่แล้ว ต้นฉบับเป็นของ MONGOL 800

แต่วันนี้อยากแนะนำเวอร์ชั่นนี้ให้ทุกคนฟัง

เราชอบมากกก ฟังเช้าฟังเย็นฟังก่อนนอน



 ฟังๆๆๆๆ อันนี้เพราะจริงจริงงง


(ไม่ได้ค่าโฆษณา)

ในส่วนของการแปลคิดว่ามีคนแปลไว้เยอะมากๆ ค่ะ

แต่เราก็... จะลองแปลในสไตล์เราดู (ถ้ามีที่ผิดก็แนะนำติชมได้เลยนะคะ TvT)




小さな恋のうた--MONGOL800

 広い宇宙の数ある一つ
hiroi uchuu no kazu aru hitotsu
青い地球の広い世界で
aoi chikyuu no hiroi sekai de

小さな恋の思いは届く
chiisana koi no omoi wa todoku
小さな島のあなたのもとへ
chiisana shima no anata no moto e

ในโลกกว้างๆ ของดาวเคราะห์สีน้ำเงินกลางจักรวาลที่กว้างใหญ่

ความรักดวงน้อยนี้จะส่งไปยังเกาะเล็กๆ ของเธอ



あなたと出会い 時は流れる
anata to deai toki wa nagareru
思いを込めた手紙もふえる
omoi wo kometa tegami mo fueru

ตั้งแต่ได้เจอเธอ เวลาก็ผ่านพ้นไป

จดหมายที่เต็มไปด้วยความรู้สึกก็เพิ่มขึ้น

いつしか二人互いに響く
itsushika futari tagai ni hibiku
時に激しく 時に切なく
toki ni hageshiku toki ni setsunaku

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่เราต่างก็ก้องสะท้อนอยู่ในใจของกันและกัน

บางครั้งก็รุนแรง บางครั้งก็แสนเศร้า


響くは遠く 遥か彼方へ
hibiku ha tooku haruka kanata e
やさしい歌は世界を変える
yasashii uta wa sekai wo kaeru

เสียงสะท้อนนั้นไกลออกไป ไปยังดินแดนที่ห่างไกล

เพลงที่แสนอ่อนโยน จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้

ほら あなたにとって大事な人ほど
hora anata ni totte daiji na hito hodo
すぐそばにいるの
sugu soba ni iru no

เห็นมั้ย คนสำคัญของเธอ

อยู่ข้างๆนี่เอง
 
ただ あなたにだけ届いて欲しい
tada anata ni dake todoite hoshii
響け恋の歌
hibike koi no uta

ขอแค่ให้มันไปถึงเธอ เธอเท่านั้น

ก้องออกไป เพลงแห่งรัก

ほら~ ほら~ ほら~
hora hora hora 

เฮ้ฮ้ฮ้ เห็นมั้ยยย หันมามองหน่อย T^T

響け恋の歌
hibike koi no uta

ก้องออกไป เพลงแห่งรัก


あなたは気づく 二人は歩く
anata wa kizuku futari wa aruku
暗い道でも 日々照らす月
kurai michi demo hibi terasu tsuki

แล้วเธอก็จะรับรู้ได้ เราสองคนจะเดินไปด้วยกัน

แม้จะเป็นทางที่มืดมิด แต่พระจันทร์จะส่องวันเวลาของเรา

握りしめた手 離すことなく
nigirishimeta te hanasu koto naku
思いは強く 永遠誓う
omoi wa tsuyoku eien chikau

มือที่จับกันไว้จะไม่แยกจาก

ความรักมั่นคง เราสาบานให้มันอยู่ตลอดไป

永遠の淵 きっと僕は言う
eien no fuchi kitto boku wa iu
思い変わらず同じ言葉を
omoi kawarazu onaji kotoba wo

ณ ก้นบึ้งของกาลเวลา ผมจะพูดมันออกมา

ถ้อยคำเดิม ที่ไม่เปลี่ยนใจ



それでも足りず 涙に変り喜びになり
soredemo tarizu namida ni kawari yorokobi ni nari
言葉にできず ただ抱きしめる
kotoba ni dekizu tada dakishimeru 
ただ抱きしめる
tada dakishimeru

แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่เพียงพอ มันจะกลายเป็นน้ำตา กลายเป็นความตื้นตัน

มันบรรยายเป็นคำพูดไม่ได้

ทำได้แค่กอดเธอ กอดเธอไว้แน่นๆ


ほら あなたにとって大事な人ほど
hora anata ni totte daiji na hito hodo
すぐそばにいるの
sugu soba ni iru no

เห็นมั้ย คนสำคัญของเธอ

อยู่ข้างๆ นี่เอง

ただ あなたにだけ届いて欲しい
tada anata ni dake todoite hoshii
響け恋の歌
hibike koi no uta

ขอแค่ให้มันไปถึงเธอ เธอเท่านั้น

ก้องออกไป เพลงแห่งรัก 

ほら~ ほら~ ほら~
hora hora hora 

เฮ้ฮ้ฮ้ฮ้ ----

響け恋の歌
hibike koi no uta

ก้องออกไป เพลงแห่งรัก


夢ならば覚めないで 
yume naraba samenai de 
夢ならば覚めないで
yume naraba samenai de

ถ้าเป็นความฝันล่ะก็ อย่าตื่นเลย

あなたと過ごした時 永遠の星となる
anata to sugoshita toki eien no hoshi to naru

วันเวลาที่ได้อยู่กับเธอ จะเป็นดวงดาวที่คงอยู่ตลอดกาล


ほら あなたにとって大事な人ほど
hora anata ni totte daiji na hito hodo
すぐそばにいるの
sugu soba ni iru no


เห็นมั้ย คนสำคัญของเธอ

อยู่ข้างๆ นี่เอง

ただ あなたにだけ届いて欲しい
tada anata ni dake todoite hoshii
響け恋の歌
hibike koi no uta


ขอแค่ให้มันไปถึงเธอ เธอเท่านั้น

ก้องออกไป เพลงแห่งรัก 

ほら あなたにとって大事な人ほど
hora anata ni totte daiji na hito hodo
すぐそばにいるの
sugu soba ni iru no


เห็นมั้ย คนสำคัญของเธอ

อยู่ข้างๆ นี่เอง

ただ あなたにだけ届いて欲しい
tada anata ni dake todoite hoshii
響け恋の歌
hibike koi no uta


ขอแค่ให้มันไปถึงเธอ เธอเท่านั้น

ก้องออกไป เพลงแห่งรัก 

ほら~ ほら~ ほら~
hora hora hora 
響け恋の歌
hibike koi no uta

ก้องออกไปปป เพลงแห่งรัก <3




++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


แอบมั่วง่ะ 5555

ถ้าแปลผิด หรือตรงไหนใช้คำนู้นคำนี้ดีกว่า ทักท้วงกันได้น้าา




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ก่อนจากกันควรพูดเรื่องมีสาระนิดหนึ่ง...


ยังติดคำว่า 互いに หลังจากที่ถามคนญี่ปุ่นไปเมื่อกระทู้ที่แล้วๆ (lang-8) 

นับจากวันนั้นไม่เคยมั่นใจอีกเลยค่ะว่าตัวเองจะเข้าใจคำๆนี้ถูก 5555 อันนี้ก็ลองแปล

二人互いに響く ตามความเข้าใจของตัวเอง

อย่างแรก อะไรที่ 響く =o=

ตอนแรกเข้าใจว่า "ความรัก ความผูกพัน" ไรงี้ เค้าอาจจะละไว้

แล้ว 二人นี่เป็นอะไรของประโยคง่ะ....

หรือจะแปลว่า เราก็ก้องอยู่ในใจเขา เขาก็ก้องอยู่ในใจเรา อัลไลบับนี้เหยอ // เขิน

ก็....ยังไม่เข้าใจค่ะ ฮือ ใครก็ได้ช่วยไขข้อข้องใจ จะเป็นพระคุณอย่างมากค่ะ TvT




แล้วตกลงคือ คนร้องเพลงนี้คือยังนกอยู่ใช่มั้ยอ่ะ 5555

คือพยายามจีบ? ยังไม่ติดใช่มั้ย อารมณ์แบบ ฝันไปต่างๆนานาว่าถ้าเจ้าตัวเขารู้เราจะเป็นแฟนกัน

อะไรแบบนี้?

(ตกลงว่าแปลมาทั้งเพลงแต่ยังไม่เข้าใจไรซักอย่าง5555)



....ตอนนี้ต้องขอลาไปล้างกรงหนูตะเภาที่เลี้ยงไว้ค่ะ ._.

วิชา Hist Jp Lit ก็ยังอ่านไม่จบ แล้วมานั่งแปลเพลง (แถมแหกปากร้องอยู่หน้าคอม) เพื่ออะไรกันนะ 5555

คลายเครียดๆ

น้องอ่านไป 2 รอบแล้วพี่เพิ่งได้ครึ่งรอบจ้า TOT ด้วยความสัตย์จริง

ไปละค่ะ 55555

ไว้เจอกันใหม่ อิอิ



2560/02/19

พาวเวอร์พอยท์ อ่านง่าย ถูกใจคนฟัง


พูดถึงการทำพาวเวอร์พอยท์

เราเป็นพวกชอบทำพาวเวอร์พอยท์อยู่แล้ว (ไม่รู้ทำไม 55)

แต่เวลางานกลุ่มถ้าได้เป็นคนทำ ppt จะมีความสุขมากค่ะ


ในการทำสไลด์แต่ละครั้ง สิ่งที่เราจะคำนึงถึงที่สุด คือ...

ความสวยงาม

555555 (ดูไร้สาระเบาๆ)

กว่าจะได้แต่ละสไลด์คือเลือกแบ็กกราวนานมากกกกก

ซึ่ง ตัวเองก็คิดอย่างเป็นจริงเป็นจังว่า สไลด์ที่ดีน่ะมันต้อง สวย ! อย่างอื่นไว้ทีหลัง
(แต่ที่อาจารย์ย้ำนักย้ำหนาว่าให้ใส่ตัวหนังสือน้อยๆ เอาตัวใหญ่ๆ ก็ยังคงทำอยู่นะคะ TvT)

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง เอาสไลด์発表ไปให้อาจารย์ที่ปรึกษาดู
(ความจริง เรื่องนี้สดๆร้อนๆ ไม่เกิน 4 วันที่แล้ว 5555)

อาจารย์บอก.... เอา bg นี่ออกไปได้มั้ย

ไม่ 気になる เหรอที่ตัวอักษรมันไปซ้อนกับกรอบของ bg

หรือเพราะเป็น女の子เลยต้องใส่ของแบบนี้ 555555

แงแง ก็ได้ค่ะ (สุดท้ายไปเอาออก แล้วก็รู้สึกว่า เออดีกว่าจริงๆ 55555)



นั่นแหละค่ะ ก็เลยได้เรียนรู้ว่าสไลด์ที่ดีมันต้องมีอะไรมากกว่าความสวยงาม ;___;

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


วันนี้จะมาสรุปวิธีการทำสไลด์นำเสนอที่ดี

จากหนังสือ 生使える見やすい資料のデザイン入門 ค่ะ

บทที่เราได้ คือบทที่ 23-24 ค่ะ เรื่อง "การวางเลย์เอาท์"

ในช่วงนี้เค้าก็สอนใช้ Grid ด้วยค่ะ เวลาจัดวางรูปหรือข้อความหลายๆอันในหน้าเดียวกัน
จะได้ทำให้มันเท่าๆกัน หรือเรียงกันสวยงามไม่สะเปะสะปะ

ความจริงถ้าเป็นppt ปัจจุบัน มันจะขึ้นเส้นให้เวลาเราขยับ หรือขยายรูปนะ ว่าแบบขยายถึงตรงนี้จะไซส์เท่ารูปข้างๆ

แบบนี้ค่ะ


อันนี้คือภาพตอนที่เรากำลังลากรูปที่ 2 (กระต่ายใหญ่) มาไว้ข้างๆ รูปกระต่ายเล็กค่ะ

พอถึงจุดที่ อ๊ะ! เท่ากันแล้วนะ มันก็จะขึ้นเส้นประให้ คิดว่าทุกๆคนคงรู้กันอยู่แล้ว

แต่ในเมื่อ ในหนังสือใช้กริด เราก็จะลองทำดู เป็นการเปิดโลกทัศน์ 5555


ไปที่ view -> Gridlines ค่ะ

(ขอสารภาพว่า อ่านคำอธิบายภาษาญี่ปุ่นในหนังสือไม่รู้เรื่องค่ะ 555 ภาพประกอบน่าจะเป็น ppt คนละรุ่น? แถมเราก็ใช้เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ....)

เวอร์ชั่นภาษาของโปรแกรมพวกนี้ส่งอิทธิพลกับชีวิตจริงๆ =O= เคยเป็นมั้ย ใช้ MS Word ภาษาอังกฤษ แต่เพื่อนใช้ภาษาไทย เวลาอธิบายกันไม่รู้เรื่องเลย 555555


โอเค ได้กริดแล้ว... สิ่งที่ต้องทำเพื่อสไลด์อันสวยงามและเข้าใจง่าย
ได้แก่....



1. การ Grouping อะไรที่เป็นกลุ่มเดียวกัน ให้อยู่ด้วยกัน

ข้อนี้ถูกใจมาก เพราะหลายครั้งเราเน้นสวยอย่างเดียว เอารูปไว้ตรงไหนก็ได้ที่คิดว่าสวย
โดยไม่ได้คำนึงว่า มันไม่ตรงกับเนื้อหา ...

อย่างเช่น


ถ้าจัดแบบนี้ ดูๆไปก็น่ารักดี แต่คนดูจะรู้มั้ยว่าตัวไหน Holland Lop ตัวไหน Netherland Dwarf
55555


ควรจะจัดแบบนี้ดีกว่า



โอเค... ทีนี้ทุกคนรู้แล้วนะคะว่าตัวไหนเป็นตัวไหน >__<

ชอบฮอลแลนด์ลอปมากเลย อยากเลี้ยง งื้อออออ <3 <3 #ข้ามบรรทัดนี้ไป

2. ทำให้ภาพ หรือกรอบข้อความที่ระดับความสำคัญเท่ากัน ไซส์เท่ากัน


ถ้าทำสไลด์แบบนี้ ก็จะดูยากค่ะ ควรเป็นแบบนี้




ที่สรุปมาก็มีประมาณนี้ค่า ><

ขออภัยหากโหลดช้า ฮือ รูปเยอะค่ะ

หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกๆ คนนะคะ

ขอบคุณที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมค่า





2560/02/01

My New Me! แนะนำตัวครั้งสุดท้าย และบทเรียนที่ได้



+++++สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งความรัก+++++
เฮ้อ
555555



ครั้งนี้จะมาอัพเดตการแนะนำตัวเป็นภาษาญี่ปุ่นครั้งสุดท้าย หลังเรียนทริคต่างๆ ในคาบ APP JP LING 
และคอมเม้นท์จาก Lang-8 ค่ะ

+++

ก่อนอื่น ข้างล่างนี้เป็นข้อความที่ถอดจากคลิปเสียงแนะนำตัวในห้องเรียนครั้งล่าสุดค่ะ



(รู้สึกว่าครั้งที่แล้วเขียนติดเป็นพรืดแล้วอ่านยาก เลยทำมาเป็นแบบนี้ค่ะ)


...

อืม ก็รู้สึกว่า มีลูกเล่นในการแนะนำชื่อตัวเองมากขึ้นนะ แล้วหัวข้อวิธีคลายเครียดก็มีความเป็นเอกภาพมากขึ้นค่ะ อาจจะเขินๆ เกร็งๆนิดนึง เพราะปกติพูดแค่ชื่อ - มหาลัย แล้วก็จบ

ต่อจากนี้ อาจจะต้องปรับไปทีละนิดหน่อยให้เข้ากับบุคลิกของตัวเองค่ะ




เปรียบเทียบกับการพูดครั้งแรก....

1. มีการพูดชื่อเล่นซ้ำๆ และ(พยายาม)สร้างเรื่องราวให้ชื่อตัวเองมากขึ้น จากเดิมที่บอกว่า ニックネームはミントです。ミントと呼んでください แล้วจบเลย...

แบบเดิมถ้าใครไม่ตั้งใจฟังเรา ก็อาจจะจำชื่อเราไม่ได้ แถมดูเพลนๆเรียบๆ ไม่เป็นที่จดจำค่ะ

2.เรื่องที่ทำคลายเครียด รอบที่แล้วตอบ 寝ます อย่างเดียว 55555 ดูไร้คาแร็กเตอร์และขี้เกียจสุด

มันก็ตลกดีถ้าแนะนำตัวกับเพื่อนคนไทย แต่ถ้าไปแนะนำกับเพื่อนต่างชาติก็อยากได้ first impression ที่ดีกว่านี้มั้ย 555 

สองข้อนี้คือสิ่งที่คิดว่าดีขึ้นค่ะ แต่....





รอบหลังสุด えっとเยอะเชียว
อยากเอามันออกไป 5555




พูดถึงการใช้ えっと、あのう、で、なんか
(จากความรู้สึกของเราเอง)

ตอนเรียนภาษาญี่ปุ่นแรกๆ ได้รับการสั่งสอนว่า 

"ถ้าคิดอะไรไม่ออกให้พูด あのう、ええと วนไปเรื่อยๆ"

ดีกว่าเงียบไปเฉยๆ (แน่นอนว่าสมัยเรียนแรกๆ ถ้าเงียบก็เงียบนานอ่ะ เงียบเหมือนจะไม่พูดอีกเลย 555)


และการมีคำพวกนี้ในบทสนทนาบ้าง มันก็ดูเป็นธรรมชาติดี ซึ่งเราก็เห็นด้วยนะ

แต่ว่า พอมาฟังบท "แนะนำตัว" ของตัวเอง แล้วมี えっとมาเยอะๆ ทำให้รู้สึกแปลกๆ...

การแนะนำตัวมันควรมีความมั่นใจ ความ自己PR ความย่าเยิงหยดไหยไยเหยอ มากกว่านี้มั้ย


มีえっと あのうมาแล้วเหมือน...

ไม่มั่นใจที่จะพูดยังไงไม่รู้

ตกลงการแนะนำตัวนี่มันควรมี えっとรึเปล่า... 

อันนี้ไม่รู้จะพึ่งใคร งั้นเรามาดูคลิป自己pr ของมิสยูนิเวิร์สแจแปนกันดีกว่า 55555

(อย่างงี้ก็ได้เหรอ)





นี่ตั้งแต่ปี 2014 แล้ว เก่านิดนึง คลิปนี้เคยหาไว้ตอนที่ฝึก shadowing (พูดตามเสียงNativeเพื่อปรับสำเนียง)

คือ.... ฝึกแค่จากในหนังสือมันก็วนอยู่ประโยคเดิมๆ เลยอยากหาใหม่

คือเราก็อยากพูดแล้วดูสวยอ่ะ ก็เลยพยายามหาคนที่พูดสวยๆ มา 5555

มิสนางาซากินี่ ได้เป็นมิสยูแจแปนปีนั้นค่ะ เท่าที่จำได้ ตอนที่ไล่ดูคลิปผู้เข้าประกวดตอนนั้น

คนนี้แหละพูดได้มีออร่าสุดสำหรับเรา


จะสังเกตว่าเค้าไม่มีคำประเภท えっと あのうหลุดมาเลย (คิดว่านางท่องสคริปต์มาแหละ)

แต่เพราะไม่มี มันเลยดูมีพลัง

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เป็นแค่ความเห็นของเราว่าเราอยากพูดให้ได้แบบนี้นะ 
ไม่รู้ว่า พูดให้ดูดีจริงๆ ควรเป็นยังไง...


แต่อย่างน้อย คนนี้ก็ได้มงแหละ 5555 น่าเอาเป็นแบบอย่างได้


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้จากกิจกรรม 1 การแนะนำตนเอง

1. เรียนรู้ที่จะใส่ใจผู้ฟัง

เมื่อก่อนคิดแค่ว่าแนะนำตัวให้มันจบๆ ไป เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะอาย ก่อนถึงคิวตัวเองก็ประหม่า พูดจบก็ประหม่า ไม่ทันได้ฟังใคร และไม่ได้สนใจว่าใครจะฟังเรา 5555

ต่อจากนี้จะใส่ใจฟังผู้อื่น และใส่ใจคนที่ฟังเรามากขึ้นค่ะ 
เช่น ให้ข้อมูลในสิ่งที่คิดว่าเค้าอยากรู้และใช้ผูกมิตรกับเราได้
พูดชื่อตัวเองช้าๆ ชัดๆ ให้เค้าจำได้และเรียกชื่อเราอย่างมั่นใจ
ตั้งใจฟังคนอื่น และแสดงออกว่าเราใส่ใจเค้าอยู่นะ เช่น link บทแนะนำตัวของตัวเองกับคนก่อนหน้า

2. เรียนรู้ที่จะให้ความสำคัญกับการแนะนำตัวเอง

อย่างที่บอกไป ว่าที่ผ่านมาเกลียดการแนะนำตัวมากก อยากหลับหูหลับตาให้มันจบ 55
แต่ตอนนี้คิดว่า ยังไงมันก็คือ first impression ที่จะทำให้คนอื่นเค้าอยากผูกมิตรกับเรา
และเราอาจจะได้เพื่อนใหม่ที่มีความสนใจเดียวกันก็ได้


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


จบแล้วค่า สำหรับกิจกรรมที่ 1 การแนะนำตัวเอง

วันนี้ก็ขอลาไปก่อนนะคะ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ :))